FFXIV ARR MSQ #160 The Ultimate Weapon

Raubahn รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมต่อสู้กับคนมีควาามสามารถอย่าง Mc และตอนนี้ทีม Garlond Ironworks ได้เตรียมเรือเอนเตอร์ไพรส์พร้อมออกเดินทางแล้ว Cid กับ MC ลอบเข้ามาป้อมปราการ Praetorium ได้สำเร็จ

Cid กับ MC เดินทางมาถึง

ระหว่างทางพบเครื่อง Magitek Terminal ใช้งานแล้วไปต่อ ต่อสู้มาเรื่อย ๆ จนมาถึง เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร Magitek แล้ววาปเข้าไป

Gaius ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเรา และพูดถึง Midas พ่อของ Cid รู้สึกเสียใจที่โครงการ Meteor Project ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายเกินจะคาดเดาตามมา พอมารู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปแล้ว และอุดมการณ์ของ Cid ที่ว่าเทคโนโลยีควรมีไว้เพื่ออิสรภาพได้ส่งไปถึง Midas แล้ว

Gaius ปรากฏตัว และพูดถึงพ่อของ Cid

Gaius กล่อม Cid กลับไปเป็นหัวหน้าวิศวกรเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของ Midas และชวนเราเข้าร่วมอุดมการณ์ เพราะด้วยพลังเอคโค่สามารถนำพา Eorzea ไปสู่อนาคตอันรุ่งเรืองได้ แต่พวกเราปฏิเสธ Gaius จึงจะใช้พลังบดขยี้ทุกคนให้สิ้นซาก อุดมการณ์ของเขาคือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะปกครองผู้อ่อนแอ จากนั้น Gaius ล่าถอยไป ปล่อยหุ่นยนต์ยักษ์ Mark II Magitek Colossus มาจัดการ Mc

Gaius เรียก Magitek Colossus มาจัดการ Mc

พอ Mc เอาชนะได้แล้ว Cid จะติดต่อเข้ามาบอกว่าตรงหน้าคือ Magitek Armor ที่พวกเรายึดมาได้ตอนที่ไปช่วย Minfilia ซึ่ง Mc จะขับมันไประเบิดกำแพงแล้วจะพบกับ Nero

Magitek Armor ยิงปืนใหญ่ระเบิดกำแพง
จากนั้นเจ้า Magitek Armor จะเกิดเครื่องขัดข้อง แต่เราต้องไปต่อ :((

Nero แฮก Linkshell เจาะสัญญาณสื่อสารมาคุยกับ Cid พูดถึงเรื่องสมัยเรียนที่ Cid จะชอบเด่นเกินหน้าเกินตา เป็นคนเดียวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ ทั้งที่พรสวรรค์และเทคนิคเขาก็เหนือกว่าแท้ ๆ เพียงเพราะ Cid เป็นลูกชายของ Midas หัวหน้าวิศวกรของจักรวรรดิก็เลยโดนประคบประหงมอย่างดี ซึ่งที่จริง Nero ชวนคุยและสู้กับเราเพื่อจงใจถ่วงเวลาให้ Gaius เดินเครื่อง Ultima Weapon ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของเขา (Nero เป็นคนซ่อมแซม ดัดแปลง ออกแบบระบบกลไกภายในใหม่ทั้งหมด รวมถึงติดตั้งระบบควบคุมระบบดูดกลืนพลังงานไพรมัล)

Nero ที่แฮกสัญญาณเข้ามาคุยกับ Cid ด้วย

Nero เองก็สนใจพลังเอคโคอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเอามาถอดรหัสและนำไปอัปเกรดเทคโนโลยีก็จะช่วยพิสูจน์ตนเองให้ Gaius ยอมรับในตัวเขาได้ พอคุยกันเสร็จ Nero ใช้ Gunhammer Mjolnir เข้ามาดวลกับ Mc จนพ่ายแพ้ แต่อยู่ดี ๆ ก็เกิดไฟดับ แต่พอไฟมาเขาก็หายตัวไปแล้ว

Nero ใช้ Gunhammer Mjolnir เข้ามาดวลกับ Mc

Cid ได้ติดต่อเข้ามาแจ้งข่าวเรื่อง Kan-E-Senna นำทัพ Grand Company ปิดกั้นทางรถไฟ Magitek ได้สำเร็จ และกำลังยกพลมาสมทบกับเรา Cid ยังตรวจพบความร้อนสูงจากการดึงพลังงาน คาดว่าที่ไฟดับเมื่อกี๊เพราะมันดึงกำลังไฟทั้งหมดไปจุดเครื่อง Ultima Weapon ซึ่ง Gaius เองก็อยู่ที่นั่นด้วย และแถว ๆ ที่ Mc อยู่นั้นมีคลื่นไฟฟ้ารุนแรงคอยรบกวนสัญญาณสื่อสาร Cid บอก Mc อย่าฝืนทำอะไรเกินตัว ต้องมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้

Cid ติดด่อเข้ามาบอกข้อมูลหลังจาก Mc ชนะ Nero

Mc มาถึงห้องโถง พบกับ Gaius เขาได้ตั้งคำถามกับ Mc ว่าสู้และต่อต้านไปเพื่ออะไร เมืองที่ถูกสร้างมาด้วยการโกงกินหลอกลวง เทพเจ้าที่ถูกเล่าขานขึ้นมาเพื่อปกปิดความอ่อนแอ ความไร้สามารถของพวกผู้นำในการบริหารบ้านเมือง The Twelve เทพผู้พิทักษ์ทั้ง 12 องค์ แห่ง Eorzea แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงไพรมัลที่เขมือบคริสตัล และสูบกินเอเธอร์จนแผ่นดินเกือบล่มสลาย

Gaius ปลดปล่อยพลัง

ทั้งที่รู้ความจริงแต่ทำไมผู้คนยังคงยึดติดกับเทพจอมปลอม แม้แต่ Louisoix เองก็ยังต้องพึ่งพาเทพ ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากพวกกระดับผู้นำ กษัตริย์ และนักการเมืองเป็นพวกอ่อนแอไร้กำลัง Gaius จึงจะใช้พลังอำนาจ และความแข็งแกร่งกวาดล้างพวกอ่อนแอ Eorzea ก็จะถือกำเนิดขึ้นใหม่ด้วยน้ำมือของเขา

Gaius เข้าไปบังคับ Ultima Weapon
สู้กับ Ultima Weapon ร่างสมบูรณ์

พอเอาชนะได้แล้ว Gaius จะไปบังคับ Ultima Weapon ออกมาสู้กับ Mc และเขาจะปลดปล่อยมหาเวทธาตุดิน ธาตุลม และธาตุไฟของ Titan, Garuda และ Ifrit ถล่มใส่ Mc แต่ Hydaelyn ส่งเสียงกระซิบให้ Mc อธิษฐานต่อคริสตัลแห่งแสงดึงพลังของไพรมัลทั้ง 3 ออกจาก Ultima Weapon ได้สำเร็จ

Ultima Weapon ที่โดนดึงพลังไพรมัลออกไป

อาเชี่ยน Lahabrea ปรากฏตัวแนะนำให้เขาปลดปล่อยพลัง Ultima จากแกนกลาง Heart of Sabik จนเกิดแรงระเบิดครั้งใหญ่ทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรอบ แต่ Hydaelyn กางบาเรียปกป้อง Mc ไว้ได้ทัน Gaius เลยบุกเข้าปะทะกับ Mc เป็นครั้งสุดท้ายแต่ก็พ่ายแพ้ ยอมรับว่าเราคือผู้ครอบครองพลังที่แท้จริง

พลัง Ultima จากแกนกลาง Heart of Sabik จนเกิดแรงระเบิดครั้งใหญ่
Hydaelyn กางบาเรียปกป้อง Mc

Lahabrea ดูถูก Gaius ว่าน่าสมเพชและเป็นได้แค่มนุษย์ที่ไม่สามารถดึงพลังของ Ultima Weapon มาใช้ได้เต็มที่ เขาตราหน้า Hydaelyn เป็นเนื้อร้ายคอยกัดกินดวงดาวจนกฎเกณฑ์โลกบิดเบี้ยว พวกเขาจำเป็นต้องเผาทำลายเนื้อร้ายนี้ทิ้งซะ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการกลับมาจุติใหม่ของเทพเพียงหนึ่งเดียวของพวกอาเชี่ยน (Zodiark) เพราะอย่างนั้นพลังของ Mc ที่ตามล่าไพรมัลจึงเป็นเสี้ยนหนามคอยขัดขวางแผนการ เขาจึงเข้าสู้กับ Mc ในร่างของ Thancred

Lahabrea พูดถึงเทพของพวกอาเชี่ยน

Lahabrea ปลดปล่อยพลังแห่งความมืดซัด Mc จนสลบไป แต่เราได้รับพลังแห่งแสงฟื้นคืนพลังกลับมาอีกครั้ง

Mc โดนพันธนาการและรับพลังแห่งความมืดเข้าไปเต็ม ๆ
Mc ได้รับพลังแห่งแสงฟื้นคืนพลังกลับมาสู้อีกครั้ง
ในร่างที่สดกว่าเดิม xD

Lahabrea บอกว่า ถึงจะมีพลังคุ้มครองจาก Hydaelyn ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะ Thancred เจ้าของร่างจะตายไปด้วย

ถ้าเอาชนะ Lahabrea ได้แล้วจะตัดเข้าฉากที่ได้พบกับ Hydaelyn เธอแนะนำ Mc ให้เปลี่ยนแสงสว่างเป็นอาวุธแห่งแสงแล้วฟันความมืดขับไล่ Lahabrea ออกจากร่างของ Thancred ได้สำเร็จ ซึ่งเจ้าของร่างยังปลอดภัย

Mc ใช้อาวุธแห่งแสงจะเห็นภาพสะท้อนจิตวิญญาณของพวกพ้อง
เอื้ออออออออ !!!
ฉ่ากที่คริสตัลแห่งความมืดที่เป็นตัวกลางให้อาเชียนสิงร่างแตกสลายไป

เกิดการระเบิดของพื้นที่โดยรอบ แต่แล้ว Magitek Armor ตัวเดิมก็มาพา Mc พร้อมกับแบกร่างของ Thancred หนีไปด้วย ท่ามกลางกองเพลิง Gaius พูดขึ้นมาว่า ความฝันของเขาต้องมาพังทลายลง ณ ที่แห่งนี้

เจ้าหมาน้อย Magitek Armor ตัวเดิม มาพาเราและ Thancred หนีออกไป

ตอนที่กำลังหนีออกจากป้อมปรากร Hydaelyn ได้กล่าวขอบคุณและมอบพรให้ MC ในฐานะ Warrior of Light เธอเอ่ยชมถึงความเปล่งประกายในจิตใจของเราสามารถปัดเป่าความมืดไปได้ ขอให้ Mc เป็นผู้นำทาง Eorzea และดวงดาวดวงนี้ต่อไป แต่เธอเตือนถึงภัยความมืดที่หยั่งรากลึกบนดาวดวงนี้ยังไม่หมดไป และตราบใดที่ยังไม่ได้กำจัดเทพแห่งความมืด Zodiark ที่หลบซ่อนอยู่ในก้นบึ้งส่วนลึก โลกใบนี้ก็ไม่มีวันไร้ซึ่งความมืดมิดอย่างแท้จริง

Hydaelyn ได้กล่าวขอบคุณและมอบพรให้ MC

Minfilia, สมาชิกกลุ่มรุ่งอรุณ และผู้นำทั้ง 3 รัฐต่างร่วมกันอธิษฐานขอให้ Mc และ Thancred รอดกลับมาอย่างปลอดภัย และแล้วพวกเราก็รอดกลับมา ท่ามกลางความดีใจของทุกคน

ทุกคนร่วมกันอธิษฐานขอให้ Mc และ Thancred กลับมาอย่างปลอดภัย
กลับมาแล้วนะ !!

หลังจากสงครามผ่านไป ภาพตัดมาที่งานปราศรัย Alphinaud คิดว่าถึงแม้คริสตัลแห่งความมืดของ Thancred จะถูกทำลายแล้ว แต่พวกอาเชี่ยนยังไม่หมดไป เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคืออะไร…

จากนั้นผู้นำทั้ง 3 ร่วมประกาศความสำเร็จในการขับไล่กองทัพจักรวรรดิ ทำลาย Ultima Weapon และขับไล่ภัยมืดอย่างอาเชี่ยน และกล่าวยกย่องกลุ่มรุ่งอรุณ ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของ Louisoix รวมถึงนักผจญภัยอย่าง Mc ถึงปัญหาเรื่องไพรมัล อมนุษย์ และปัญหาภายในของแต่ละประเทศจะยังคงอยู่ แม้จักรวรรดิจะสูญเสียแม่ทัพ Gaius ไป แต่กองทัพก็ไม่ได้ล่าถอยทัพกลับไปทั้งหมด ผู้นำทั้ง 3 จึงตัดสินใจจัดตั้งพันธมิตรภายใต้ชื่อ Grand Company Eorzea เพื่อช่วยกันปกป้องแผ่นดิน (ไม่ใช่แค่ดูแลประชาชนในรัฐของตัวเองเหมือนในอดีต)

ฉากที่พวกพ้องเรามาฟังคำปราศรัยของ 3 ผู้นำ

สุดท้าย 3 ผู้นำได้กล่าวไว้อาลัยแก่ผู้เสียสละชีวิตในสมรภูมิคาร์เทโน่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพื่อไม่ให้ความปรารถนาของพี่น้องที่สละชีพปกป้องสันติภาพต้องสูญเปล่า ทุกคนต้องก้าวไปข้างหน้า และประกาศสิ้นสุดยุคภัยพิบัติครั้งที่ 7 เปิดฉากสู่ยุคสมัยใหม่! ปีแรกแห่งยุคดาราจักรที่ 7 กำเนิดใหม่แห่ง Eorzea (A Realm Reborn)

ผู้นำทั้ง 3 ประกาศสิ้นสุดยุคภัยพิบัติครั้งที่ 7 เปิดฉากสู่ยุคสมัยใหม่! ปีแรกแห่งยุคดาราจักรที่ 7

หลัง End Credit งานปราศรัยจบลง จู่ๆ MC ก็เห็นภาพในนิมิตเป็นคริสตัลสีดำลึกลับ ภาพตัดมาปัจจุบัน เกิดแผ่นดินไหว ทหารวิ่งเข้ามารายงานด่วนว่าพบไพรมัลตัวใหม่

คริสตัลสีดำ

ในเงามืดพวกอาเชี่ยน ประชุมกันพูดถึงบาฮามุทได้เริ่มเคลื่อนไหว เทพตนอื่นก็เช่นกัน และยังพูดถึง Mc ที่มีพลังเอคโค่ว่าจะรับมือไปได้ถึงไหน พวกอาเชี่ยนเองก็เตรียมคืนชีพเทพเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือ Zodiark

พวกอาเชี่ยน พูดถึงบาฮามุท และเทพของพวกตน Zodiark

ก่อนจบเควส Minfilia พูดถึงเสียงคำรามที่ทุกคนได้ยินที่งาน เป็นคลื่นพลังงานเอเธอร์แบบที่ไม่เคยตรวจพบมาก่อน มันคือไพรมัลตนใหม่ แต่คลื่นพลังนี้ดันไปคล้ายกับบาฮามุทที่หายสาบสูญไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว สุดท้ายเธอกล่าวขอบคุณเราหลังจากนี้ก็ขอฝากตัวอีกนะ 😀

พอ Mc กลับมาบ้านทรายทอง ทุกคนจะออกมาปรบมือแสดงความยืนดี
กลุ่มรุ่งอรุณก็เช่นกัน :DD

>>> เควสต่อไป FFXIV ARR MSQ #161 The Price of Principles

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here