FFXIV ARR Chronicles Quest 6 : Syrcus Tower

รัมบรูสบอก Mc เรื่องงานสำรวจ คริสตัลทาวเวอร์ ตอนนี้ยังบุกเข้าไปในซิลคุสทาวเวอร์ไม่ได้ เพราะติดระบบป้องกันที่ซิดกำลังหาทางแก้อยู่ ตอนนั้นเอง อูเน่ และ โดก้า 2 นักวิจัยที่ทางสถาบันวิจัยบาร์เดซิออนส่งพวกเขามาช่วยงานคณะสำรวจโนอา แต่รัมบรูสจึงเกิดความสงสัย เพราะทางสถานบันไม่ได้แจ้งอะไรมาบอกล่วงหน้าเลย

อูเน่ และ โดก้า

จู่ ๆ กราฮาเทียก็รู้สึกแปลกๆที่ดวงตาข้างขวา ซึ่งอูเน่บอกว่าดวงตาของกราฮาเทียเหมือนกับของพวกเขา กราฮาเทียเรียกดวงตานี้ว่า เนตรมารโลหิต ตัวเขาพยายามหาข้อมูลของมันมาตลอด ถ้าทั้ง 2 รู้อะไรก็ช่วยบอกเขาด้วยเพราะมันคือลักษณะเด่นของชาวอะรักที่สูญหายไป ซึ่งเขาสืบทอดมาจากพ่อที่รับช่วงต่อจากปู่อีกที

โดก้ากล่าวขอโทษที่ให้คำตอบไม่ได้ พวกเขาเองก็มาเพื่อตามหาเหตุผลถึงการมีอยู่ของตนเองเช่นกัน กราฮาเทียช่วยโน้มน้าวให้รับทั้ง 2 เข้าคณะสำรวจ รัมบรูสตกลงให้พวกเขามาเป็นที่ปรึกษา และช่วยไปตรวจดูระบบป้องกันภัยที่หน้าประตูหอคอยซิลคุส

กราฮาเทียรู้สึกแปลกๆที่ดวงตาข้างขวา

บิิ๊กส์นำทางคณะสำรวจผ่านเขาวงกตโบราณ (Labyrinth of the Ancients) ไปยังหน้าประตูหอคอยซิลคุส และกราฮาเทียแนะนำทั้ง 2 ให้ซิดรู้จัก ซึ่งซิดก็บอกว่าแม้แต่เครื่องแต่งกายยังเป็นแบบชาวอะรักเลย ท่าทางจะเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

บิิ๊กส์นำทางคณะสำรวจมาถึงหน้าประตูหอคอยซิลคุส

ตอนนี้ซิดกำลังติดปัญหาไม่รู้วิธีเปิดประตู ทั้งที่ลองไปแล้วสารพัดวิธีแต่ก็จนปัญญา แต่กราฮาเทียสังเกตเห็นลวดลายสลักตรงกลางประตู เป็นภาพของชายหญิงดูมีฐานะสูงส่ง แต่ก็ยังไม่รู้ลวดลายนี้หมายความว่าอะไร

ลวดลายสลักภาพชายหญิงตรงกลางประตู

พอเห็นแบบนั้น อูเน่กับโดก้าก็เดินไปที่หน้าประตู ซิดทักขึ้นมาด้วยแรงมนุษย์ธรรมดาไม่มีทางเปิดได้ แต่ทั้ง 2 กลับทำให้ประตูเปิดออกได้อย่างง่ายดาย โดก้าบอกว่า “ไม่ใช่พวกเราที่เป็นคนเปิดประตู ประตูต่างหากที่เปิดให้เอง” สร้างความตกจะลึงให้ทุกคน ซิดได้แต่สงสัยและตั้งคำถามว่าพวกเขาเป็นเพียงนักวิจัยจริงๆ ใช่ไหม

อูเน่กับโดก้า เดินไปที่หน้าประตู

ตอนนั้นเองเนโรก็ปรากฏตัว ซิดตกใจที่เขารอดชีวิตจากป้อมปราการในตอนนั้น แต่เนโรประชดด้วยคำพูด “เห็นเพื่อนสมัยเรียนรอดชีวิตมาทั้งที แต่กลับไม่ดีใจเลย” ซึ่งเนโรเป็นแค่ทหารแพ้สงคราม ถ้ากลับไปบ้านเกิดไปก็ต้องโดนโทษประหารเลยออกเดินทางไปเรื่อย จนมาได้ยินข่าวลือของพวกซิด เห็นว่าน่าสนุกดีเลยมาขอแจมด้วยคน แต่ซิดกลับไม่เชื่อคำพูดของเขา

เนโรปรากฏตัว ซิดตกใจที่เขารอดชีวิตมาได้

เนโรบอกว่าที่มาวันนี้เพราะมีเบาะแสเรื่องของ 2 คนนั้น รวมถึงคริสตัลทาวเวอร์ สิ่งก่อสร้างที่นำความรุ่งเรืองมาสู่อารยธรรมอะรัก เขาเล่าว่าคนที่จะเข้าสู่ใจกลางหอคอยได้มีแค่ขุนนางระดับสูง ส่วนคนที่เปิดประตูนี้ได้ต้องมีสายเลือดแห่งกษัตริย์เท่านั้น กราฮาเทียเลยตั้งคำถามทั้ง 2 อาจเป็นลูกหลานของจักรพรรดิ แต่เนโรบอกเป็นได้แค่ของเลียนแบบ กุญแจมีชีวิตที่ถูกทำสำเนาขึ้นมาจากวิทยาการมาจิเทคของอารยธรรมอะรัก ซึ่งตัวตนที่แท้จริงก็คือมนุษย์โคลน

โดก้ายอมรับความจริง พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง เขาคิดว่าถ้ายังเปิดประตูบานนี้ไม่ได้ ต่อให้พูดความจริงไปก็คงไม่มีใครเชื่อ ส่วนอูเน่ชวนทุกคนไปคุยกันข้างนอก เพราะมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟัง ซิดที่เห็นเนโรเดินตามมาก็ถามด้วยความสงสัย เนโรตอบกลับกวนๆแล้วยื่น ศิลาจารึกอะรักโบราณ (Allagan Tomestone) ให้กับซิด ซึ่งเป็นบันทึกข้อมูลของกองพลที่ 14 แห่งจักรวรรดิกาเลมาล ถือเป็นของฝากเพื่อความไว่ใจ และขอเข้าคณะสำรวจด้วยคน

โดก้าเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง และขอโทษที่ต้องปิดบังทุกคน พวกเขาไม่ใช่นักวิจัยจากบาร์เดซิออน แต่เป็นโคลนที่ถูกสร้างขึ้นในยุคจักรวรรดิอะรัก ซึ่งรัมบรูสบอกเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อได้ ทำไมโคลนถึงมีตัวตนอยู่ และพวกเขามีเป้าหมายอะไร

โดก้าและอูเน่ช่วยกันเล่าเหตุการณ์ในตอนที่จักรวรรดิอะรักรุ่งเรืองถึงขีดสุด เวลานั้นคริสตัลทาวเวอร์ ยังเปิดให้เข้าออกได้อิสระ พลังงานอันไร้ขีดจำกัดจากหอคอยช่วยหล่อเลี้ยงให้จักรวรรดิมั่งคั่ง แต่ท่ามกลางความสมบูรณ์ ประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องดิ้นรน ทำงานหรือต่อสู้เอาชีวิตรอดอีก สายเลือดราชวงศ์เริ่มอ่อนแอและเสื่อมอำนาจลง พอประชาชนหมดไฟขับเคลื่อนประเทศ จักรวรรดิก็ต้องล่มสลายไป

แต่ในวิกฤตครั้งนั้นมีนักวิทยาศาสตร์ชื่อ อามอนได้ชุบชีวิตซานเด้ จักรพรรดิองค์แรกเพื่อหวังกอบกู้จักรวรรดิขึ้นมาใหม่ เขาคิดว่าประเทศต้องการผู้นำเลยตัดสินใจใช้เทคโนโลยีมาจิเทคชุบชีวิตกษัตริย์ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิ โดยอูเน่กับโดก้าก็คือโคลนที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลานั้นจากทายาทสายตรงของซานเด้

แต่ซานเด้กลับมุ่งทำสงครามรวมโลกเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต้องการแหล่งพลังงานมหาศาล คริสตัลทาวเวอร์ จึงถูกปิดตายเพื่อนำพลังงานมาทุ่มเทกับการวิจัยควบคุมพลังแห่งความมืด ซานเด้จึงส่งดาวเทียมดารามุดขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อรวมพลังงานดวงอาทิตย์มายังคริสตัลทาวเวอร์ แต่เปลือกโลกพังทลายเพราะรับพลังงานมหาศาลไม่ไหว จึงเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เรียกว่ามหาภัยพิบัติครั้งที่ 4 ที่ทำให้จักรวรรดิอะรักล่มสลาย (สำหรับดารามุด ชาวอะรักสมัยก่อนจะเรียกว่าดาวเทียม แต่ยุคปัจจุบันจะเรียกว่าดวงจันทร์ ตามการรับรู้ของผู้คน)

อาม่อนนักวิทยาศาสตร์คนสนิทของซานเด้เลยใช้วิธีหยุดเวลาหอคอยเอาไว้ก่อนจะจมสู่ใต้ดินพร้อมกับร่างของจักรพรรดิ และพวกเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังเกิดมหาภัยพิบัติครั้งที่ 7 พร้อมกับคริสตัลทาวเวอร์ที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน ร่างต้นของอูเน่กับโดก้าห่วงโลกใบนี้จึงต้องการหยุดซานเด้ เลยมอบจิตใจให้ต่างจากร่างโคลนทั่วไปที่ไร้จิตใจ แต่พวกเขาทั้ง 2 ทำภารกิจให้สำเร็จไม่ได้ ก็เลยเฝ้ารอการมาของนักรบแห่งแสง

พอได้ฟังเรื่องราว รัมบรูสจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากการสำรวจเป็นการผนึกหอคอย โดยฝากให้ Mc บุกเข้าสู่ซิลคุสทาวเวอร์ และจัดการจักรพรรดิซานเด้

กราฮาเทียยังคงสงสัยตัวเขาเองอาจเป็นมนุษย์โคลนด้วยหรือเปล่า เพราะมีดวงตาเหมือนกับพวกเขาทั้ง 2 แต่โดก้าบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น เพราะสิ่งมีชีวิตเทียมจะให้กำเนิดทายาทไม่ได้ และพวกเขาเรียกดวงตานี้ว่า เนตรแห่งสายเลือดราชวงศ์ ที่จะสืบทอดในหมู่ราชวงศ์ชาวอะรัก ซึ่งเขาบอกว่ามันต้องมีความหมายและโชคชะตาบางอย่างที่รอคอยกราฮาเทียอยู่

กราฮาเทียถามถึงเนตรมารที่เขาเฝ้าหาคำตอบมาตลอด

Mc นำทีมบุกเข้าซิลคุสทาวเวอร์ จัดการพวกการ์เดี้ยน อาม่อน และจักรพรรดิซานเด้ได้สำเร็จ

จักรพรรดิซานเด้

คณะสำรวจตามมาสมทบกับ Mc พร้อมเสียงชื่นชมจากกราฮาเทีย รวมถึงโดก้าที่บอกว่า Mc คือวีรบุรุษที่พวกเขาเฝ้ารอมานานนับพันปี ซิดสงสัยเนโรที่เล่นสวมเกราะของจักรวรรดิมาเต็มยศ ซึ่งเขาแค่เตรียมไว้เผื่อมีอันตราย ดีกว่าเดินมาตัวเปล่า เลยบอกให้ซิดไม่ต้องสนใจเขา ให้โฟกัสเรื่องผนึกคริสตัลทาวเวอร์ไปดีกว่า

เนโรที่สวมเกราะของจักรวรรดิมาเต็มยศ

จากข้อมูลของ อูเน่และโดก้า มีหลายวิธีใช้ผนึกหอคอย ทั้งการปิดตายที่นี่ หรือจะตัดระบบพลังงานก็ได้ ให้พวกเราเป็นคนตัดสินใจ ตอนนั้นเองกราฮาเทียเห็นรอยแยกสีดำ ซึ่งอูเน่บอกว่า พลังแห่งความมืดที่ซานเด้ต้องการใช้มาปกครองโลก มันถูกดึงมาจากโลกแห่งความมืด (คนในยุคปัจจุบันเรียกว่า มิติแห่งความว่างเปล่า) โดยมีเงื่อนไขคือเปิดประตูมิติเชื่อมโลกทั้ง 2 ฝั่ง แต่ถ้าเป็นพวกเขาที่มีสายเลือดราชวงศ์ไหลเวียนอยู่ ถึงจะเป็นแค่ร่างโคลนก็น่าจะยกเลิกพันธสัญญาได้โดยใช้สิทธิ์แห่งสายเลือด แทรกแซงรอยแยกมิติ

ทุกคนจ้องมองไปที่รอยแยกแห่งความมืด

ตอนนั้นเองเนโรก็ตรวจจับพลังงานที่รุนแรงกว่า Ultima Weapon ได้จากบนยอดคริสตัลทาวเวอร์

เนโรที่เหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่

ทันใดนั้นรอยแยกมิติก็เปิดออก และมีพวกสมุนแห่งความมืดมาล้อมรอบพวก Mc

จู่ๆ พลังเอคโค่ของ Mc ก็แสดงภาพในอดีตของซานเด้ที่ต้องการพลังแห่งความมืดมาเสริมทัพของตนเองเพื่อใช้ยึดครองโลก แต่ยิ่งครอบครองมากเท่าไร ภาพของความตายครั้งแรกกลับตามมาหลอกหลอนวนเวียนในหัวไม่รู้จบ มีแต่เพียงความว่างเปล่า ทรัพย์สมบัติหรือชื่อเสียงจึงไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไป เพราะสุดท้ายต่อให้จะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็หนีความตายไม่พ้นอยู่ดี

ภาพในอดีตของซานเด้ กับลูกสมุนแห่งความมืด

Mc ออกจากนิมิตร เห็นทุกคนช่วยกันสู้กับพวกสมุนแห่งความมืดที่ออกจากรอยแยกมิติ

ทุกคนช่วยกันต่อสู้กับลูกสมุนแห่งความมืด

จู่ๆ กราฮาเทียก็เจ็บปวดที่ดวงตาขวา พร้อมกับรอยแยกมิติที่เปิดออกดูดเอาตัวโดก้าและอูเน่เข้าไป เนโรที่รีบกระโดดตามไปช่วย เพราะต้องการพลังแห่งความมืดมาเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นเสียงจากรอยแยกมิติบอกว่าตนเองคือ เมฆแห่งความมืด (Cloud of Darkness) ที่จะมาทำตามพันธสัญญาให้ลุล่วง หลังจากรอยแยกมิติปิดตัวลง ซิดจึงชวนทุกคนที่เหลือกลับไปค่ายสำรวจกันก่อน

โดก้า อูเน่ และเนโรถูกดูดเข้าไปในประตูมิิติแห่งความมืด

รัมบรูสได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ซึ่งตามข้อมูลที่บันทึกไว้ถ้าจะอัญเชิญ อสูรกายแห่งความมืด ยิ่งระดับสูงเท่าไร ยิ่งต้องใช้รอยแยกมิติขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น ซานเด้คงตั้งใจเปิดรอยแยกมิติเพื่ออัญเชิญ เมฆแห่งความมืด และไม่ว่าจะเป็นตัวอะไร ซิดก็ไม่คิดจะปล่อยให้พวกนั้นโดนอุ้มไปเฉยๆ จึงต้องหาวิธีช่วยกลับมา แต่รัมบรูสบอกว่า มนุษย์เราไม่สามารถย่างกรายเข้าไปในมิติอันว่างเปล่าได้ พวกเขาทั้ง 3 จะยังมีชีวิตอยู่ไหมเขาเองก็ไม่แน่ใจ ถึงอย่างนั้นกราฮาเทียก็อยากจะช่วยอูเน่และโดก้าให้ได้ ไม่ใช่เพราะสงสารที่มีดวงตาแบบเดียวกัน แต่อยากให้พวกเขาทำภารกิจที่แบกรับมานานนับพันปีให้สำเร็จลุล่วง

ทุกคนกลับมาวางแผนกันใหม่ที่ค่ายสำรวจ

รัมบรูสสังเกตกราฮาเทียดูท่าทางแปลก ๆ ไป ดวงตาข้างนั้นคงต้องมีอะไรบางอย่าง ซึ่งกราฮาเทียก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่รู้สึกว่ามีเรื่องที่จำเป็นต้องนึกให้ออก ซึ่งซิดก็ขอร้องให้ช่วยพวกนั้นด้วย ไม่ใช่แค่อูเน่กับโดก้า แต่รวมถึงเพื่อนเก่าที่ต้องลากคอกลับมาเตือนสติให้รู้สำนึก รัมบรูสเองก็เห็นด้วยกับซิด และจะลองติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญดูว่าพอจะมีหนทางไหนบ้าง แต่ศัตรูที่ต้องรับมือคือโลกแห่งความมืด คงจะหาคำตอบไม่ได้ทันทีทันใด เขากล่าวขอบคุณ Mc และให้กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ไว้หาวิธีได้ก็ต้องขอแรงกันอีกครั้ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here