The Symphony of Life
Wandering Minstrel ขอให้ Mc ช่วยน้องแมว Bathu Molkoh สมาชิกของวง Orchestra Gridania เธอกำลังตามหา A’nimuili อดีตคู่แข่งทางดนตรีที่หายตัวไปจาก Limsa Lominsa

Bathu กับ A’nimuili แข่งขันกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว A’nimuili เป็นนักดนตรีมากพรสวรรค์ และเอาชนะ Bathu อยู่เสมอ แต่หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติ เธอกลับหายตัวไปจาก Gridania แล้วออกเดินทางในฐานะนักผจญภัย ทาง Bathu แค่อยากรู้ว่าทำไมคนที่รักดนตรีแบบเธอถึงยอมทิ้งเส้นทางของตัวเอง

ทั้ง Mc และ Bathu เริ่มแกะรอยตามหา A’nimuili จากงานต่าง ๆ ที่เคยทำใน Limsa Lominsa จนได้รู้ว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงเงินทอง หรือการผจญภัยอันยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้น แต่เลือกช่วยเหลือผู้คนด้วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยจัดงาน The Rising ช่วย Yellowjackets หรือแม้แต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

พอไปถึงที่ Llymlaen’s Shoals เธอก็ได้รู้ว่า A’nimuili ยังคงเล่นดนตรีให้เด็ก ๆ ฟังด้วย โดยเฉพาะเด็กที่สูญเสียครอบครัวจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ เพลงของเธอช่วยปลอบโยนและทำให้เด็ก ๆ รู้สึกสบายใจขึ้น
หลังจากได้ฟังเรื่องราว Bathu ก็เริ่มเข้าใจว่า A’nimuili ไม่ได้ละทิ้งเส้นทางดนตรีเลย เธอเพียงเลือกใช้ความสามารถในแบบของตัวเองเท่านั้น ทำให้ Bathu เลิกคิดที่จะพาเธอกลับไป Gridania

ในที่สุดทั้ง 2 ก็ตาม A’nimuili จนพบที่ Aleport การพบกันครั้งนี้ Bathu ทั้งโกรธและโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเป็นห่วงเพื่อนของเธอมาตลอด ส่วนทาง A’nimuili ก็เล่าถึงเหตุผลที่เลือกทำแบบนี้

พ่อของ A’nimuili เสียชีวิตที่สมรภูมิคาร์เทโน่เมื่อ 5 ปีก่อน จากนั้นแม่ของเธอก็จากไปเช่นกัน ทำให้เธอเริ่มคิดว่าอยากจะใช้พรสวรรค์ด้านดนตรีเพื่ออะไรสักอย่าง จึงตัดสินใจออกเดินทางและใช้เสียงเพลงมอบความสุขและกำลังใจให้ผู้คนที่กำลังพยายามใช้ชีวิตต่อไปบนโลกหลังภัยพิบัติ

Bathu ยอมรับการตัดสินใจของเธอ และแล้วทั้ง 2 ก็กลับมาเข้าใจกันในฐานะคู่แข่งที่ต่างช่วยผลักดันกันให้ก้าวต่อไป A’nimuili ก็ยังไม่คิดว่าตัวเองจะเลิกเส้นทางดนตรี เพราะสักวันหนึ่งเธออยากนำประสบการณ์จากการเดินทางมาแต่งเป็นบทเพลง
หลังจากทั้ง 2 กลับมาพบกันอีกครั้ง Wandering Minstrel ได้เห็นเรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่ช่วยให้ผู้คนค้นพบเส้นทางของตัวเอง บางครั้งคนที่เดินเคียงข้างเราอาจเป็นทั้งแรงบันดาลใจและสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่าตัวเองกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน
ก่อนที่ทางงาน The Rising จะเริ่มจุดดอกไม้ไฟ เขาก็เริ่มขับขานบทเพลงเพื่อมอบให้ผู้คนที่ยังคงเดินหน้าต่อไปหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ต่างสร้าง “บทเพลง” ของตัวเองขึ้นจากการเดินทางและความสัมพันธ์ที่ได้พบเจอ

ระหว่างเล่นเพลงจู่ ๆ ก็ตัดเข้าสู่เหตุการณ์ในนิมิตของ Mc ที่เราจะได้พบกับ Naoki Yoshida โปรดิวเซอร์คนสำคัญของเกม FFXIV เขากล่าวขอบคุณสำหรับการเดินทางอันยาวนานของเรา และพูดถึงโลกของ FFXIV ที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผู้คน แล้วยังอวยพรให้การเดินทางครั้งต่อไปยังคงเต็มไปด้วยความสุข และเสียงดนตรี

Wandering Minstrel พูดทิ้งท้ายไว้ว่า บนเส้นทางเดินของชีวิต ผู้คนอาจปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดคิดและพาเราไปสู่เส้นทางใหม่ เช่นเดียวกับ Bathu และ A’nimuili ที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งเพราะ Mc ยื่นมือเข้ามาช่วย

Prelude’s Call
หลังจบการแสดงดอกไม้ไฟ Wandering Minstrel ชวน Mc ไปชมคอนเสิร์ตที่สถานที่จัดอีเวนท์ Mih Khetto’s Amphitheatre ใน Old Gridania

พอไปถึง ก็พบว่าการแสดงกำลังอยู่ในช่วงพักเบรค บนเวทีมีเปียโนที่เปิดให้ผู้คนขึ้นมาเล่นได้ในช่วงเทศกาล The Rising ทาง Wandering Minstrel อธิบายว่า เสียงดนตรีมีพลังในการปลอบโยนและสร้างแรงบันดาลใจ อีกทั้งยังช่วยปลุกความทรงจำและความรู้สึกที่เลือนหายไปให้กลับมาชัดเจนอีกครั้ง

และแล้วก็มีนักดนตรีคนหนึ่งขึ้นมาเล่นเพลงบนเวที Wandering Minstrel จำทำนองนั้นได้ทันที เขาคิดว่าน่าจะเป็นนักแต่งเพลงรุ่นก่อนที่ตนเองเคารพ พอการแสดงจบลง ทั้ง Mc และ Wandering Minstrel ก็เข้าไปพูดคุยกับนักดนตรี และก็เป็นอย่างที่คิดไว้เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่จะไม่บอกกับเรา เพราะนักดนตรีคนนั้นตั้งใจจะใช้ช่วงเวลานี้อยู่ท่ามกลางเสียงเพลงโดยไม่เปิดเผยตัวตน

ก่อนจากกัน นักดนตรีลึกลับได้พูดกับ Mc ถึงความสำคัญของเสียงเพลงที่อยู่คู่กับการเดินทางของ Players ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ เรื่องราว หรือวิธีที่แต่ละคนเลือกสัมผัสโลกของเกม สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่แต่ละคนสร้างขึ้นด้วยตัวเอง สุดท้ายเขามอบของขวัญที่ระลึก และฝากชื่อ “Kon-Tiki” ไว้เป็นความลับ
Wandering Minstrel ดูจะรู้ว่า Mc ได้รู้ความลับบางอย่าง แต่ก็ไม่คิดจะซักไซร้อะไร จากนั้นเขาก็กล่าวลาและออกเดินทางต่อ แล้วก็พูดประโยคทิ้งท้าย เรื่องราวและการผจญภัยยังคงเดินหน้าต่อไปอีกยาวไกล








