FFXIV ARR Chronicles Quest 8 : The Light of Hope
รัมบรูสเรียกพวกซิดมาฟังเหตุการณ์ในโลกแห่งความมืดจากปากของ Mc พวกเขาก็เข้าใจถึงสายเลือดราชวงศ์อะรักของกราฮาเทีย ซึ่งยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ฝากฝังไว้ด้วยความปรารถนาอะไร แต่ถ้าส่งต่อผ่านศาสตร์เวทมนต์ ก็ดูมีเหตุผลที่สายเลือดจะสืบทอดทางพันธุกรรมที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ (รุ่นลูกรุ่นหลานบางคนมีเนตรแห่งราชวงศ์ แต่บางคนกลับไม่มี)

บื๊กส์ทักว่าไม่เห็นกราฮาเทีย กับ เนโรเลย จากที่รู้จักกันมาซิดคิดว่าเนโรคงจากไปโดยไม่ได้วางแผนร้ายอะไรแล้ว ส่วนกราฮาเทียน่าจะยังอยู่ในหอคอย ไม่นานมีเจ้าหน้าที่วิ่งมาบอกทุกคน จู่ๆ กราฮาเทียก็ไล่ทีมงานออกจากซิลคุสทาวเวอร์โดยไม่บอกเหตุผล
รัมบรูสเลยชวนทุกคนไปฟังข้อมูลที่หน้ารูปปั้นอัศวินทั้ง 8 กันก่อน แต่พอฟังจากทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทราบเหตุผลที่ไล่ทุกคนออกมา ถ้าเป็นพวก Mc เขาอาจจะยอมเล่าให้ฟังก็ได้ ซึ่งตอนนี้กราฮาเทียยังอยู่ด้านในซิลคุลทาวเวอร์

กราฮาเทียไม่ยอมให้ทุกคนเข้ามา เพราะประตูกำลังจะปิดลง รัมบรูสก็เข้าใจเจตนาที่จะปิดผนึกคริสตัลทาวเวอร์ หากสายเลือดมีขีดจำกัดด้านเวลา เขาก็เข้าใจความรู้สึกที่ต้องรีบเร่งเลยขอให้กราฮาเทียออกมาก่อน แต่เขาปฏิเสธเพื่ออยู่ทำหน้าที่ตามความปรารถนาของสายเลือดเฉกเช่นเดียวกับอูเน่ และโดก้า

กราฮาเทียเล่าย้อนกลับไป หลังเกิดภัยพิบัติครั้งที่ 4 ผู้คนที่รอดชีวิตมาได้เห็นคริสตัลทาวเวอร์หายไปจากผืนแผ่นดินที่พังทลาย พวกเขาที่บอบช้ำจากมหาสงครามและภัยพิบัติต่างปรารถนาว่าวันใดหอคอยโผล่มาเหนือพื้นดินอีกครั้ง ขอให้มันถูกใช้เพื่อความสุขของมวลมนุษยชาติ

เจ้าหญิงซาลิน่า เชื้อพระวงศ์เพียงองค์เดียวที่รอดชีวิตต้องการส่งต่อความหวังไปยังอนาคต เธอได้ใช้เวทมนต์ที่สืบทอดในราชวงศ์ ฝากฝังสายเลือดและความทรงจำไว้กับคนที่ไว้ใจมากที่สุดนั่นก็คือบรรพบุรุษของกราฮาเทีย แต่หลายพันปีผ่านไปเวทมนต์ทีร่ายไว้เริ่มเสื่อม ทำให้สายเลือดเตือจางลงไปมาก เขาเลยต้องทำความปรารถนาที่ถูกฝากฝังไว้ให้สำเร็จ

แต่ซิดบอกว่าคริสตัลทาวเวอร์ถือเป็นพลังที่เกินกว่าเอโอลเซียจะรับมือไหว ถ้าจะนำมาใช้เพื่อผู้คนจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในระดับเดียวกับอารยธรรมอะรักโบราณ กราฮาเทียก็เห็นด้วย ถ้ามัวแต่รอเทคโนโลยีไปถึงจุดนั้น สายเลือดที่ได้รับมาก็คงสูญสิ้นไปก่อน คริสคัลทาวเวอร์ก็จะควบคุมไม่ได้เลยตลอดกาล

แต่ถ้าใช้วิธีเดียวกับพวกซานเด้ เขาจะหยุดเวลาเอาไว้ แล้วหลับไหลไปพร้อมกับคริสตัลทาวเวอร์ จนกว่าจะถึงวันที่ผู้คนพัฒนาเทคโนโลยีจนไล่ตามอารยธรรมของอะรักได้ทัน แล้วมาเปิดประตูบานนี้ หอคอยก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง

กราฮาเทียเชื่อว่าตัวเขาสืบทอดวามหวังจากคนรุ่นก่อน และตั้งใจจะส่งมอบแสงสว่างให้แก่ทุกคน สุดท้ายเขามีเรื่องฝากฝังคณะสำรวจโนอาทุกคนให้ก้าวต่อไปและเบิกทางสู่อนาคต เปลี่ยนความโศกเศร้าที่ผ่านพ้นไปให้เป็นความหวัง ซึ่งทุกคนก็ตอบรับคำขอ และจะพัฒนาเทคโนโลยีกลับมาปลุกเขาให้ได้ ขอให้ช่วยเฝ้ามองเส้นทางที่คณะสำรวจโนอาจะก้าวต่อไป หวังว่าจะได้พบกันอีกครั้ง

สุดท้ายกราฮาเทียพูดกับ Mc ถ้าเขาลืมตาตื่นสิ่งแรกที่จะทำคือตามหาชื่อของเราที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ที่จะกลายเป็นแสงสว่างนำทางให้เขาแน่นอน และก็ได้เวลาพักผ่อนแล้ว เขาจะนำความหวังนี้ไปส่งต่อยังอนาคตที่พวก Mc ร่วมกันสร้างขึ้น


ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงัน เนโรรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้หลับไหลไปแล้ว เขาพูดถึงซิดว่าจะก้าวต่อไปข้างหน้า ตราบใดที่ยังมีเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ เขาก็จะไปทุกหนแห่ง

รัมบรูสบอกว่า พวกซิดเพิ่งออกไปเองบอกว่ามีเรื่องต้องทำ พื้นที่สำรวจแห่งนี้ก็คงเงียบเหงาไปมาก แต่คณะสำรวจโนอาไม่ได้ยุบตัวไป แต่ละคนก็มุ่งหน้าไปตามเส้นทางของตนเอง โดยมีแสงสว่างแห่งความหวังที่ส่องประกายอยู่ ณ ปลายทางเป็นเป้าหมาย การปิดผนึกคริสตัลทาวเวอร์เลยถือเป็นก้าวแรกสู่อนาคต ระหว่างที่ก้าวเดินไปข้างหน้า เส้นทางของเราอาจจะกลับมาบรรจบกันอีกครั้งก็ได้


![FFXIV Blue Quest : Corpse Groom [เควสสำหรับปลดล็อกดันเจี้ยน The Tam-Tara Deepcroft (Hard)]](https://okamimi.com/wp-content/uploads/2026/11/FFXIV-Blue-Quest-Corpse-Groom-6-218x150.webp)


![FFXIV Blue Quest : Corpse Groom [เควสสำหรับปลดล็อกดันเจี้ยน The Tam-Tara Deepcroft (Hard)]](https://okamimi.com/wp-content/uploads/2026/11/FFXIV-Blue-Quest-Corpse-Groom-6-100x70.webp)


