FFXIV ARR Chronicles Quest 7 : The World of Darkness
รัมบรูส บอกว่าพวกเราคณะสำรวจโนอาพยายามหาวิธีช่วยทั้ง 3 คนมาตลอด แต่จากการตรวจสอบก็ได้ไปพบตอใหม่เข้าให้ ถึงเราจะกำจัดซานเด้ไปแล้ว แต่คริสตัลทาวเวอร์ยังคงสะสมพลังงานเพื่อเปิดประตูสู่โลกแห่งความมืดตามคำสั่งของซานเด้
กราฮาเทียอ้างอิงข้อมูลจากศิลาจารึกอะรักโบราณ (Allagan Tomestone) ที่เนโรเอามาด้วย ดูเหมือนราชวงศ์ในยุคนั้นสามารถส่งต่อสายเลือดให้ผู้อื่น พวกคนสนิทอย่างอาม่อนเลยควบคุมหอคอยได้ รัมบรูสบอกตอนนี้ในคณะสำรวจไม่มีใครสืบทอดสายเลือดราชวงศ์เลย ถ้าปล่อยไว้ประตูก็จะถูกเปิดออก แล้วเมฆาแห่งความมืดจะออกมาบุกรุกโลกฝั่งนี้

รัมบรูสบอกพวกเราต้องยกเลิกสัญญาของซานเด้ และปิดผนึกคริสตัลทาวเวอร์เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอย จึงต้องไปพาผู้มีสายเลือดราชวงศ์กลับมาให้ได้ ส่วนกราฮาเทียคิดว่า ถ้าคริสตัลทาวเวอร์ยังคงทำงานเพื่อเปิดประตูมิติสู่โลกแห่งความมืด เราอาจใช้ประโยชน์จากตรงนั้นเดินทางไปฝั่งนั้นได้เลย โดยอัดพลังงานมหาศาลเข้าสู่คริสตัลทาวเวอร์เพื่อเปิดประตูมิติ
รัมบรูสยืนยันทำได้จริงเพราะลองปรึกษากับทางกิลด์ผู้ใช้เวทมนตร์ดำ (Thaumaturges’ Guild) ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องต่างมิติแล้ว ซึ่งซิดก็เดินเข้ามาบอกตอนนี้ช่างเทคนิคต่างทุ่มเทจนเตรียมเครื่องกำเนิดพลังงานพร้อมแล้ว และเชื่อมต่อเข้ากับซิลคุสทาวเวอร์เสร็จเรียบร้อย เหลือแค่การเปิดประตู ก็เลยมาตามพวกเรา

Mc เดินทางมาบริเวณรูปปั้นอัศวินทั้ง 8 เวดจ์บอกจะเปิดประตู่มิติสู่โลกแห่งความมืด อยู่ในช่วงปรับแต่งขั้นสุดท้ายให้ Mc ไปรอที่ชั้นบนสุดของซิลคุสทาวเวอร์ได้เลย

ซิดบอกว่ากำลังจะเปิดประตูมิติสู่โลกแห่งความมืดในไม่ช้า พอเขาเห็นกราฮาเทียจ้องมองไปที่บัลลังก์ชองซานเด้ ซิดก็พูดถึงจุดจบของจักรวรรดิอะรักที่เคยเจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสร์ของเอโอลเซีย พอมองดูแบบนี้กลับรู้สึกว่างเปล่าไร้ค่า ถ้าก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งที่ 4 มีใครสักคนหยุดซานเด้เอาไว้ได้ จักรวรรดิอะรักก็ยังคงอยู่ หน้าประวัติศาสตร์ก็คงเปลี่ยนไปมาก

กราฮาเทียเล่าต่อว่า ก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งที่ 4 มหาสงครามที่ซานเด้ก่อขึ้นสร้างความโศกเศร้าให้ผู้คนมากมาย ได้มีกลุ่มนักผจญภัยที่จับดาบลุกขึ้นสู้จนกลายเป็นความหวังของผู้คน เหมือนกับนักรบแห่งแสงในยุคนี้ แต่ในตอนที่ซานเด้ถูกต้อนจนมุมกลับตัดสินใจผิดพลาดรีบเปิดประตูมิติสู้โลกแห่งความมืด และดึงพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ดาวเทียมดารามุดรวบรวมไว้ ปล่อยลงมาสู่คริสคัลทาวเวอร์จนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

ซิดกล่าวชมกราฮาเทีย สมกับเป็นปราชญ์จากชาเรอันที่เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิอะรัก แต่กราฮาเทียกลับแปลกใจตัวเองทำไมเขาถึงรู้เรื่องราวในอดีต
ทางบิ๊กส์ก็เตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยพร้อมอัดพลังงานเข้าไปในคริสตัลทาวเวอร์เพื่อเปิดประตู่มิติสู่โลกแห่งความมืด ซึ่งประตูมิติก็เปิดออกได้สำเร็จ โดยพวกเขาและทีมช่างจะคอยดูแลประตูอยู่ข้างนอกให้

รัมบรูสขอร้องให้ Mc นำทัพกลุ่มกองทัพพันธมิตรนักผจญภัยบุกเข้าไปในโลกแห่งความมืดและช่วยเหลือทั้ง 3 คนกลับมา ทางกราฮาเทียพูดถึงเนตรโลหิตแห่งราชวงศ์ที่เขาได้รับสืบทอดต่อๆ กันมามันต้องมีเหตุผลบางอย่าง ซึ่งโดก้าบอกไว้ว่าโชคชะตารอเขาอยู่ที่นั้น ตั้งแต่เจอ 2 คนนั้นและยิ่งเข้าใกล้ความจริงของคริสตัลทาวเวอร์มากเท่าไร เขาก็รู้สึกแปลกๆมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าจะต้องนึกบางอย่างให้ออก

พ่อเคยบอกกราฮาเทีย คำตอบของดวงตานี้อยู่ในประวัติศาสตร์อะรัก ซึ่งเป็นคำสอนที่สืบทอดกันมาในตระกูล และตอนที่ Mc เข้าใกล้ความจริงของหน้าประวัติศาสตร์ เขาอยากจะไปเห็นด้วยตาตนเอง เลยขอร้อง Mc ช่วยพาเขาไปโลกแห่งความมืดด้วยคน

Mc บุกไปยังโลกแห่งความมืดพร้อมกับกองทัพพันธมิตร เผชิญหน้ากับเมฆาแห่งความมืด และเอาชนะเธอได้


กราฮาเทียตะโกนเรียกชื่อทั้ง 3 ทางเนโรขานรับพร้อมกับอุ้มอูเน่ที่ยังหมดสติอยู่ ส่วนโดก้าปลอดภัยดี

เนโรบาดเจ็บหนัก เอเธอร์ในร่างกายแปรปรวน และถูกพลังความมืดกัดกินร่างกาย โดก้ากล่าวขอโทษเนโรที่ต้องมาปกป้องพวกเขา และพูดถึงเมฆาแห่งความมืดได้ทำพันธสัญญากับซานเด้ โดยสาบานว่าจะนำพาความรุ่งเรืองมาสู่ราชวงศ์อะรัก มันเลยทำร้ายพวกเขาที่มีสายเลือดราชวงศ์ไม่ได้ เขาจึงถูกจับขังไว้ที่นี่แล้วปล่อยให้พวกสมุนแห่งความมืดมากำจัดพวกเขาแทน ซึ่งเนโรได้เสี่ยงชีวิตขับไล่พวกมันไป แต่เนโรบอกว่าอูเน่และโดก้าเป็นของเล่นชิ้นสำคัญ ยังไงก็ต้องพากลับไปเพื่อเอาพลังมาเป็นของตนเองให้ได้

อูเน่ที่สลบไปรู้สึกตัวพอดี เธอรู้สึกยินดีที่พวกเขายังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ ทันใดนั้นเมฆาแห่งความมืดก็ปรากฏตัวด้วยความโกรธเกรี้ยว และบอกว่าต่อให้จะกวาดล้างความมืดไปสักกี่ครั้ง ก็ไม่มีวันทำลายนางได้ และจะกลืนกินพวกเราไว้ในความมืด

กราฮาเทียบอกสถานการณ์เลวร้ายมาก ต่อให้ล้มมันไปก็ไม่มีประโยชน์ โดก้าบอกว่าที่นี่คือพื้นที่ที่เมฆาแห่งความมืดปกครองอยู่การจะทำให้มันสลายไปแทบเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้น่าจะสูญเสียพลังไปมากเลยไม่สามารถคงรูปร่างเอาไว้ ถ้าจะทำลายพันธสัญญาที่ให้ไว้กับซานเด้ก็ต้องตอนนี้เท่านั้น

ซึ่งอูเน่บอกว่าถ้าพันธสัญญาถูกทำลาย ทางเชื่อมโยงมิติกับคริสตัลทาวเวอร์ก็จะหายไปด้วย ให้พวกเรารีบหนีออกไป ซึ่งพวกเขาต้องยอมอยู่ที่นี่ แต่กราฮาเทียอยากให้ทั้ง 2 กลับไปด้วยกันอย่างปลอดภัย คนที่จะควบคุมคริสตัลทาวเวอร์แล้วช่วยโลกไว้ได้ มีแค่พวกเขาเท่านั้น

ในตอนนั้นเมฆาแห่งความมืดแอบซุ่มยิงลำแสงใส่กราฮาเทีย แต่มีพลังงานบางอย่างป้องกันเขาไว้ เธอตกใจที่เขาได้รับการปกป้องจากพันธสัญญาเลือดเหมือนโดก้าและอูเน่

อูเน่บอกดูเหมือนดวงตาข้างนั้นจะมีความหมายกับเขาจริงๆ ซึ่งกราฮาเทียได้รับการสืบทอดคุณสมบัติสายเลือดราชวงศ์อะรักเหมือนกับพวกเขา ทำให้สามารถควบคุมคริสตัลทาวเวอร์ แม้สายเลือดจะเจือจางลงไปมากจนซิลคุสทาวเวอร์ตรวจจับไม่ได้ แต่ดวงตาสีแดงข้างนั้นคือหลักฐานแห่งความหวัง

อูเน่และโดก้าจึงจะส่งต่อสายเลือดให้กราฮาเทีย แม้จะได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่สายเลือดที่เจือจางจะถูกเติมเต็ม ให้กราฮาเทียไปควบคุมคริสตัลทาวเวอร์ ส่วนโดก้าบอกให้เนโรกลับไปพร้อมพวก Mc และขอโทษที่ตอบสนองความปรารถนาของเขาไม่ได้ (เรื่องของพลัง)


และอูเน่ก็คืนของที่เนโรทำตกไว้ให้ จากนั้นกราฮาเทียก็ชวนทุกคนกลับไปสู่โลกที่มีแสงสว่าง !


เมฆาแห่งความมืดที่กำลังโกรธเกรี้ยวยิงลำแสงไล่หลังพวก Mc และอูเน่ได้พูดขึ้นมาว่าความฝันของซานเด้จบลงที่ตรงนี้ เธอปิดประตูมิติแห่งความไปพร้อมกับโดก้า


กราฮาเทียที่เห็นทางออกแห่งแสงสว่างกำลังเล็กลงเรื่อยๆ ทางเชื่อมโยงกับโลกมนุษย์กำลังขาดออกจากกัน ทุกคนเลยต้องรีบวิ่งไปข้างหน้า

แต่จู่ๆ เนโรก็ทรุดตัวลงเพราะโดนความมืดกัดกินร่างกาย เขาไล่ให้กราฮาเทียรีบไสหัวไปจากที่นี่ ซึ่งเขาบอกว่าต่อให้ไม่มีคนเข้ามาช่วยเหลือเขาก็จัดการเรื่องของตัวเองได้ และบ่นแบบเสียดายที่ไม่ได้พลังมาครอบครอง คนที่ถูกเลือกก็ดันเป็นเด็กเมื่อวานซืน ตัวเขายังไม่ยอมแพ้ และตั้งใจจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดของวิทยาการมาจิเทคของอะรักเพื่อก้าวข้ามซิดให้ได้

กราฮาเทียได้รู้ถึงความฝันของเนโรจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกระซิบ “จงส่งต่อ… ไปยังอนาคต… เพื่อให้หอคอย กลับมาเป็นความหวังของผู้คนอีกครั้ง” และกราฮาเทียกับ Mc วิ่งออกจากโลกแห่งความมืดได้สำเร็จ

เนโรที่ยังไม่ยอมใแพ้ แต่จู่ๆ ร่างกายของเขาก็กลับมาเป็นปกติ การแทรกแซงจากโลกแห่งความมืดกำลังหายไป แสดงว่าอูเน่และโดก้าทำสำเร็จแล้ว พอร่างกายกลับมาเป็นปกติเขาก็รีบวิ่งออกจากที่นี่แต่ในวินาทีที่ประตูมิติกำลังปิดตัวลงก็มีมือของซิดมาคว้าตัวเขาออกไป

ซิด: แปะหนี้บุญคุณไว้ก่อนก็แล้วกัน เนโร: ไอ้เวรเอ๊ย


คณะสำรวจทุกคนต้อนรับพวก Mc กลับมา มีเพียงอูเน่และโดก้าที่ยอมสละตนเองไปแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ได้รับมอบหมายมานานนับพันปีจนสำเร็จลุล่วง กราฮาเทียบอกกับทุกคนเขาจะรับช่วงต่อเป็นคนปิดผนึก เพราะควบคุมคริสตัลทาวเวอร์ได้แล้ว และให้เนโรกับ Mc ไปพักผ่อนกันก่อนค่อยทำตามแผนการต่อ เพราะเพิ่งจะผ่านการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายมา รัมบรูสเลยชวนทุกคนกลับไปยังพื้นที่สำรวจเซนต์คอนนัคกันก่อน

กราฮาเทียชื่นชม Mc ว่าทำผลงานได้ดี ตอนนี้เขานึกเรื่องราวทุกอย่างออกหมดแล้ว สายเลือดที่อูเน่และโดก้าส่งต่อให้เขาได้ปลุกความปรารถนาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง หลังจาก Mc เดินออกไป กราฮาเทียก็พูดความในใจ จริงๆ เขาก็อยากเฝ้าดูการต่อสู้ของ Mc ให้มากกว่านี้ แต่มันคงไม่ใช่หน้าที่ของเขาอีกต่อไปแล้ว

พอกลับมาที่ค่ายสำรวจ รัมบรูสกล่าวขอบคุณ Mc อีกครั้งที่ทำให้การปิดผนึกคริสตัลทาวเวอร์ลงได้ ภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ได้ถูกขับไล่ไปเพราะผลงานของพวกเรา
>>> เควสต่อไป FFXIV ARR Chronicles Quest 8 : The Light of Hope








