FFXIV MSQ #22 The Gridanian Envoy | รับบททูตแห่ง Gridania ออกเดินทางสู่โลกกว้างแห่งทวีป Eorzea

หลังจากช่วยเหลือ Gridania และสร้างชื่อในฐานะนักผจญภัยที่น่าเชื่อถือ Kan-E-Senna ผู้นำแห่ง Gridania ก็ได้แต่งตั้ง Mc เป็นตัวแทนของ Gridania ให้เดินทางไปพบผู้นำของอีกสองนครรัฐ และส่งสารเรื่องพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจาก สมรภูมิคาร์เทโน แม้จะเป็นเพียงการส่งจดหมาย แต่การเดินทางครั้งนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโลกครั้งใหญ่ และทำให้ Mc ได้เข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ ภัยพิบัติ เมื่อ 5 ปีก่อน

ฉากที่ Mc ขึ้นเรือเหาะออกเดินทาง

Kan-E-Senna มอบหน้าที่สำคัญให้กับ Mc

Kan-E-Senna กล่าวถึงความสูญเสียจาก สมรภูมิคาร์เทโน และเหตุการณ์ ภัยพิบัติ ที่ตามมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน ผู้รอดชีวิตจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวด บางคนถึงกับรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายกว่าคนที่เสียชีวิตไปเสียอีก

แม้เวลาจะผ่านไปถึง 5 ปี แต่ร่องรอยของหายนะยังคงอยู่ ทั้งบนผืนดินและในหัวใจของผู้คน รวมถึงเรื่องราวของเหล่า Warriors of Light ที่หายสาบสูญไปหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร

Kan-E-Senna มอบภารกิจให้ Mc

ถึงอย่างนั้น Kan-E-Senna เชื่อว่า ตราบใดที่ผู้คนยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะต้องไม่ละทิ้งความหวัง เพราะนั่นคือสิ่งที่พวกเราติดค้างต่อเหล่าผู้เสียสละในอดีต และเพื่อรำลึกถึงผู้ล่วงลับ เธอจึงเตรียมจัดพิธีรำลึกในวันครบรอบ สมรภูมิคาร์เทโน และต้องการส่งคำเชิญไปยังผู้นำของอีกสองนครรัฐที่เป็น พันธมิตรแห่งเอออร์เซีย เลยขอให้ Mc รับหน้าที่เป็น “ทูต” ของ Gridania และนำสารฉบับนี้ไปมอบให้พันธมิตรด้วยตัวเอง

Airship Pass กับก้าวแรกสู่การเดินทางครั้งใหม่

Kan-E-Senna รู้ดีว่าการเดินทางระหว่าง Gridania, Limsa Lominsa และ Ul’dah ด้วยเส้นทางปกติอาจใช้เวลานาน จึงไม่ต้องการให้ Mc เสียเวลาหลายสัปดาห์ไปกับการเดินทางทางบก เธอจึงมอบ Airship Pass (บัตรโดยสารเรือเหาะ) ให้กับ Mc ซึ่งเป็นสิทธิ์พิเศษที่อนุญาตให้ใช้เส้นทางเรือเหาะเชื่อมต่อระหว่างสามนครรัฐของ Alliance ได้

ในช่วงเวลาปกติ เรือเหาะเป็นบริการที่เปิดให้ผู้คนทั่วไปใช้งาน แต่หลัง เหตุการณ์ภับพิบัติ ความเสี่ยงจากการโจมตีของจักรวรรดิ Garlean ทำให้จำนวนเที่ยวบินถูกจำกัด ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์เดินทางจึงต้องมีเหตุผลสำคัญเท่านั้น

Kan-E-Senna มอบ Airship Pass ให้กับเรา เป็นการปลดล็อคระบบเรือเหาะที่ใช้บินข้ามรัฐได้

Kan-E-Senna ยอมรับว่า Mc ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่เห็นถึงศักยภาพของเขา หลายฝ่ายต่างเชื่อว่า Mc มีความสามารถมากพอที่จะได้รับโอกาสนี้ เธอจึงขอให้เราเดินทางออกไป สำรวจ Eorzea ให้มากขึ้น เดินผ่านผืนดิน ล่องผ่านทะเลของเธอ และค้นหาชะตากรรมของตัวเองภายใต้แสงนำทางของ Crystal

คำแนะนำจาก Mother Miounne ก่อนออกเดินทาง

ก่อนขึ้นเรือเหาะ Mc ได้กลับไปพบ Mother Miounne ที่ Carline Canopy เพื่อบอกข่าวถึงหน้าที่ใหม่ที่ได้รับ พอรู้ว่า Mc ได้รับแต่งตั้งเป็นทูตส่วนตัวของ Elder Seedseer เธอก็รู้สึกประทับใจ เพราะมองว่านี่คือเกียรติที่ Mc สมควรได้รับจากความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมา เธอถึงกับบอกว่า หากไม่นับเหล่า Warrior of Light แล้ว เธอก็นึกไม่ออกว่า จะมีนักผจญภัยคนไหนเหมาะสมกับการเป็นตัวแทนของ Gridania ไปมากกว่านี้อีกแล้ว

หลังจากชื่นชมกันพอสมควร เธอก็เตือน Mc ว่าทวีป Eorzea เป็นสถานที่อันกว้างใหญ่ และหลังจากมี Airship Pass แล้ว โลกใบนี้ก็จะเปิดกว้างขึ้นมาก เธอแนะนำให้ Mc ไปเยือนอีกสองนครรัฐก่อน นั่นคือ Limsa Lominsa เมืองแห่งโจรสลัด และ Ul’dah อัญมณีแห่งทะเลทราย เพราะแต่ละสถานที่ล้วนมีเรื่องราว ปัญหา และผู้คนที่แตกต่างกัน

ตอนที่ Mc ขึ้นเรือเหาะออกไป คนที่เราไปช่วย หรือผ่านเควสด้วยกันมา ก็ต่างพร้อมใจกันาส่ง Mc ^-^

แม้การเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ ๆ แต่ Mother Miounne ก็เตือนว่าทวีป Eorzea หลัง เหตุการณ์ภัยพิบัติ ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยอีกต่อไป ทุกนครรัฐต่างต้องรับมือกับปัญหาภายใน ทั้งพวก Beast Tribes และ Primals ที่ถูกอัญเชิญขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็เชื่อว่า Mc จะสามารถผ่านทุกอุปสรรค และแข็งแกร่งขึ้นจากการผจญภัยและได้ประสบการณ์ด้วยตัวเองได้

เงาของจักรวรรดิ Garlean ที่ยังไม่หายไป

ระหว่างการเดินทางของ Mc ฉากก็ตัดไปยังฝั่งจักรวรรดิ Garlean ที่เผยให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านไป 5 ปี แต่พวกเขายังคงไม่ละทิ้งความต้องการยึดครองทวีป Eorzea โดย Gaius van Baelsar ผู้บัญชาการ XIVth Imperial Legion เชื่อว่า Eorzea เป็นดินแดนที่ตกต่ำ เต็มไปด้วยความวุ่นวายและการบูชา “เทพปลอม ๆ” จากเหล่า Beast Tribes และมีเพียงการปกครองของ Garlemald เท่านั้น ที่จะนำ Eorzea กลับมาอยู่ภายใต้กฏระเบียบอีกครั้ง

ฝ่ายจักรวรรดิ Garlean ที่นำโดย Gaius van Baelsar

ภายในฐานทัพ เหล่าวิศวกรพูดคุยถึงแผนการรบครั้งใหม่ของ Gaius แต่หนึ่งในนั้นตั้งคำถามว่าทำไมจักรวรรดิถึงยังเดินหน้าต่อ ทั้งที่หลัง สมรภูมิคาร์เทโน เคยเทำท่าจะยอมแพ้ต่อดินแดนฝั่งตะวันตกมาแล้ว คำถามนั้นไปสะกิดหูของ Nero tol Scaeva นักวิทยาการ Magitek ที่เปิดเผยตัวตนของสายลับที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ทหาร แล้วจัดการอย่างไร้ความปรานี ก่อนจากไป Nero เอ่ยชื่อ “Garlond” พร้อมบอกเป็นนัยว่า อีกไม่นาน ทุกคนจะได้เห็นพลังที่แท้จริงของเทคโนโลยี Magitek

Merlwyb รำลึกถึงวันที่ Eorzea เกือบล่มสลาย

เมื่อเดินทางถึง Limsa Lominsa Mc ได้เข้าพบ Merlwyb Bloefhiswyn พลเรือเอกแห่งเมืองท่า และมอบสารจาก Kan-E-Senna หลังอ่านจดหมาย Merlwyb ยอมรับข้อเสนอของพิธีรำลึกทันที ก่อนเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ สมรภูมิคาร์เทโน

เมื่อ 5 ปีก่อน เมืองรัฐทั้งสามได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อรับมือภัยจากจักรวรรดิ Garlean และก่อตั้ง Grand Companies ขึ้นมา แต่จักรวรรดิไม่ได้เลือกใช้เพียงกำลังทหาร เพราะพวกเขามีแผนการที่ร้ายยิ่งกว่า นั่นคือ Meteor Project แผนของ Nael van Darnus คือการดึง Dalamud (ดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ Hydaelyn) ลงมายัง Eorzea เพื่อทำลายล้างทุกสิ่ง แต่กองกำลังพันธมิตรพยายามหยุดยั้งไว้ที่ Carteneau Flats แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า ภายใน Dalamud จะมีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า นั่นคือ Bahamut มังกรโบราณขนาดมหึมา ซึ่งทำลายทั้งกองทัพจักรวรรดิและกองกำลังของ Eorzea จนราบคาบในพริบตา

Mc พบ Merlwyb ผู้นำแห่ง Limsa Lominsa ในห้องบัญชาการ

Merlwyb เล่าว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย เธอถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาว และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง Bahamut ก็หายไปแล้ว เหลือเพียงผืนดินที่ถูกเปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม เธอรู้สึกเสียดายที่ Louisoix ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะหากเขายังมีชีวิตอยู่ บางทีเขาอาจช่วยไขปริศนาของเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ แต่ในเวลานี้ Eorzea ไม่มีเวลามัวแต่จมอยู่กับอดีต เพราะภัยใหม่กำลังเข้ามา ทั้ง Primals และจักรวรรดิ Garlean ที่ยังจับตามองอยู่

Raubahn กับความหวังที่จะรวม Eorzea เป็นหนึ่งอีกครั้ง

จุดหมายสุดท้ายของ Mc คือ Ul’dah เพื่อพบกับ Raubahn Aldynn แม่ทัพแห่ง Immortal Flames ทาง Raubahn เห็นด้วยกับ Merlwyb ว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Eorzea ในตอนนี้คือการแตกแยกกันเอง แม้จะเรียกตัวเองว่า Alliance แต่หลังจาก เหตุการณ์ภัยพิบัติ ทุกนครรัฐต่างยังดิ้นรนเอาตัวรอด

เขาเล่าถึงจักรวรรดิ Garlean ที่ครั้งหนึ่งเคยขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว หลังค้นพบเทคโนโลยี Magitek ที่นำโดย Solus zos Galvus จนกลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้จักรพรรดิองค์ปัจจุบันจะชราภาพลง แต่ Gaius และ XIVth Legion ยังคงเป็นภัยคุกคามโดยตรง หากจักรวรรดิเปิดฉากโจมตีตอนนี้ Eorzea อาจไม่มีพลังพอจะต้านทานได้

Mc ได้เข้าพบ Raubahn แม่ทัพแห่ง Immortal Flames

Raubahn จึงสนับสนุนพิธีรำลึกของ Kan-E-Senna เพราะเขาเชื่อว่าผู้คนจำเป็นต้องระลึกถึงเหตุผลที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยร่วมมือกัน ไม่ใช่เพียงเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต แต่เพื่อเตือนทุกคนว่า หากต้องการอยู่รอด Eorzea จะต้องกลับมายืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

เมื่อส่งสารครบทั้งสองนครรัฐ หน้าที่ของเราในฐานะทูตแห่ง Gridania ก็สิ้นสุดลง แต่ในขณะเดียวกัน การเดินทางครั้งใหม่ของ Mc ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น จากนี้ไป Eorzea ทั้งผืนจะเปิดออก และ Mc จะได้พบกับเรื่องราว ผู้คน และความขัดแย้งที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของโลกใบนี้ไปตลอดกาล

>>> เควสต่อไป MSQ #23 Call of the Sea

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here