FFXIV MSQ #28 Into a Copper Hell – เหมืองโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง

หลังเดินทางมาถึง Ul’dah ได้ไม่นาน Mc ก็ได้รับภารกิจใหญ่ครั้งแรกจากกิลด์นักผจญภัย แต่สิ่งที่รออยู่ไม่ใช่เพียงการกำจัดมอนสเตอร์ในเหมืองร้างเท่านั้น เพราะการเดินทางครั้งนี้จะเผยให้เห็นทั้งประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของเมือง ปัญหาที่ผู้คนยังต้องเผชิญหลัง ภัยพิบัติครั้งที่ 7 (Seventh Umbral Calamity) และการปรากฏตัวของกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเรื่องราวในอนาคต

ภารกิจปราบยักษ์แห่ง Copperbell Mines

ภายใน The Quicksand อดีตอัศวินแห่งกอง Sultansworn ที่มีนามว่า Papashan ได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจาก Mc ในนามของ Amajina & Sons Mineral Concern หลังเหมือง Copperbell Mines ต้องหยุดดำเนินงานกะทันหัน เพราะถูกเหล่ายักษ์โบราณที่เรียกว่า Hecatoncheires เข้ายึดครอง

Papashan เล่าว่าเมื่อกว่า 300 ปีก่อน ในยุคราชวงศ์ Thorne ยักษ์เหล่านี้เคยถูกจับมาใช้เป็นแรงงานทาสในเหมือง โดยอาศัยหมวกเวทมนตร์ควบคุมพวกมัน แต่เมื่อมนตร์เสื่อมลง พวกยักษ์ก็ลุกฮือก่อกบฏ จนผู้คนในยุคนั้นต้องถล่มชั้นลึกของเหมืองเพื่อฝังพวกมันไว้ใต้ภูเขา เหตุการณ์นี้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในชื่อ Great Giant Revolt

Papashan เล่าถึงประวัติของ Copperbell Mines

Momodi คาดการณ์ว่าการเปิดเหมืองขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อผลิตวัสดุก่อสร้างสำหรับการฟื้นฟูเมืองหลังภัยพิบัติครั้งที่ 7 น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้กำแพงหินซึ่งกักขังเหล่ายักษ์ถูกทำลาย และปลดปล่อยความแค้นที่สะสมมานานหลายศตวรรษกลับคืนสู่โลกอีกครั้ง

ดันเจี้ยนแรกแห่งอูล์ดาห์

ก่อนออกเดินทาง Mc ได้พบกับ Painted Mesa พนักงานของ Amajina & Sons ซึ่งอธิบายว่าทุกคนทราบดีถึงตำนานของเหล่ายักษ์ แต่ไม่มีใครเชื่อว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดรอดจากการถูกฝังอยู่ใต้ภูเขามานานกว่า 300 ปี กระทั่งคนงานขุดลึกลงไปมากพอสมควร ถึงได้พบว่าพวกมันยังมีชีวิตอยู่

เมื่อเดินทางมาถึงหน้าเหมือง เหล่าทหาร Stone Torch กำลังเฝ้าระวังไม่ให้ยักษ์ออกมาสร้างความเสียหายภายนอก พวกเขาจึงเปิดทางให้ Mc เข้าไปจัดการปัญหาถึงต้นตอ พร้อมฝากความหวังทั้งหมดไว้กับนักผจญภัยเพียงคนเดียว

Mc หลังปราบบอสยักษ์แห่ง Copperbell Mines ได้สำเร็จ

หลังฝ่าฟันอันตรายภายใน Copperbell Mines และกำราบเหล่า Hecatoncheires ได้สำเร็จ เหมืองก็กลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้ง ทำให้ Ul’dah สามารถผลิตทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูประเทศได้ตามเดิม

เบื้องหลังความรุ่งเรืองของ Ul’dah

ระหว่างเดินทางกลับ Mc บังเอิญพบหญิงผู้ลี้ภัยคนหนึ่งกำลังถูกพ่อค้ากล่าวหาว่าขโมยอาหาร ทั้งที่เธอยืนยันว่าซื้อด้วยเงินเก็บของตนเอง เพียงเพราะเป็นผู้ลี้ภัย เธอกลับถูกมองว่าเป็นคนผิดตั้งแต่แรก จนท้ายที่สุด Mc ต้องเข้าช่วยเหลือและเปิดโปงความจริง

หลังเหตุการณ์สงบลง ชาวเมืองต่างพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังภัยพิบัติครั้งที่ 7 แม้เวลาจะผ่านมา 5 ปีแล้ว แต่หลายหมู่บ้านกลับไม่สามารถฟื้นตัวได้ ทั้งพื้นที่เพาะปลูกที่เสื่อมโทรม และเส้นทางการค้าที่ถูกตัดขาด ทำให้ผู้คนจำนวนมากจำใจละทิ้งบ้านเกิดและหลั่งไหลเข้าสู่ Ul’dah เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

Mc ช่วยหญิงผู้ลี้ภัยจากพ่อค้า และทหารรับจ้าง

แม้ Ul’dah จะขึ้นชื่อว่าเป็นนครแห่งความมั่งคั่ง แต่ภายใต้ภาพลักษณ์อันหรูหรากลับเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และความหวาดระแวงต่อผู้ลี้ภัย ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เมืองแห่งนี้ต้องเผชิญ

คำเชิญจากกลุ่มรุ่งอรุณ (Scions of the Seventh Dawn)

ไม่นานหลังจากนั้น Yda และ Papalymo ก็ปรากฏตัวต่อหน้า Mc พร้อมเปิดเผยว่าทั้งคู่เฝ้าติดตามการเดินทางมาตั้งแต่ออกจาก Gridania พวกเขาชื่นชมทั้งความสามารถในการทำภารกิจ และการยื่นมือช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังผลตอบแทน

Papalymo ยังกล่าวถึงนิมิตประหลาดที่ Mc เพิ่งเผชิญมา เขาอธิบายว่าพลังลักษณะนี้ไม่ได้มีเพียงคนเดียว พวกเขายังรู้จักหญิงสาวอีกคนที่ครอบครองพลังแบบเดียวกัน และเชื่อว่าการพบกันจะช่วยไขคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่ Mc กำลังเผชิญอยู่

Mc พบ Yda และ Papalymo อีกครั้ง

ก่อนลากัน ทั้งสองเลยชักชวน Mc ให้เข้าร่วม กลุ่มรุ่งอรุณ (Scions of the Seventh Dawn) องค์กรที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อปกป้องทวีป Eorzea พร้อมฝากให้กลับไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก Momodi ผู้ซึ่งรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี

แรงบันดาลใจของนักผจญภัย

เมื่อกลับมาที่ The Quicksand ทาง Momodi แสดงความยินดีกับความสำเร็จของ Mc ก่อนบอกว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งรอพบเราอยู่ เธอคือ Edda นักผจญภัยจาก Gridania ซึ่งเคยสูญเสีย Avere หัวหน้าปาร์ตี้และคู่หมั้นของเธอระหว่างการผจญภัย

Edda เล่าว่า Avere ชื่นชม Mc มาโดยตลอด และตั้งใจว่าจะเติบโตเป็นนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ให้ได้เช่นเดียวกัน แม้เขาจะไม่มีโอกาสทำความฝันนั้นให้เป็นจริง แต่เรื่องราวของ Mc กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางนักผจญภัยอีกครั้ง เพื่อก้าวเดินต่อไปแทนที่จะจมอยู่กับความสูญเสีย

Edda เข้ามาแนะนำตัวกับ Mc ภายใน The Quicksand

หลังส่ง Edda ออกเดินทาง Momodi จึงเริ่มเล่าถึงกลุ่มรุ่งอรุณ พร้อมเตือนว่างานขององค์กรนี้เต็มไปด้วยอันตรายเกินกว่าที่นักผจญภัยทั่วไปจะคาดคิด แต่หาก Mc ยังตั้งใจจะก้าวต่อไป เธอก็พร้อมจะบอกทุกอย่างที่รู้

>>> เควสต่อไป MSQ #29 The Scions of the Seventh Dawn

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here